PASSION TO SUCCESS

Unit-Linked ทำไมถึงน่าสนใจในเวลานี้?

Unit-Linked ทำไมถึงน่าสนใจในเวลานี้?


หนึ่งในข่าวที่ดังที่สุดและเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งมีผลกระทบต่อทุกท่านในหลากหลายมิติ จนกระทั่งมีมุมมองจากนักวิเคราะห์จำนวนมาก คาดการณ์ว่าการแพร่ระบาดในครั้งนี้ อาจส่งผลให้เกิดเป็นวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ก็เป็นได้

แน่นอนว่า เมื่อเศรษฐกิจเป็นเช่นนี้รัฐบาลและธนาคารกลางประเทศต่างๆ ก็อยู่เฉยไม่ได้ ต้องรีบออกมาตรการจำนวนมากมากระตุ้นเศรษฐกิจกันยกใหญ่ ทั้งแจกเงินเยียวยา เร่งการปล่อยกู้ของภาคธนาคาร พักชำระหนี้ รวมไปถึงการลดดอกเบี้ยและพิมพ์เงินเข้าระบบจำนวนมหาศาลโดยธนาคารกลาง

ซึ่งมาตรการเหล่านี้เป็นเสมือนตาข่ายช่วยชีวิต (Safety Net) ที่ช่วยชีวิตนักลงทุน และเศรษฐกิจเอาไว้ ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา ผ่อนความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งหลาย และการพังทลายของตลาดหุ้นให้น้อยลง



รูปที่ 1 อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ไทย และจีน l Source Bloomberg As of 11/05/2020


แต่ถึงความกลัวจะเข้ามาครอบงำตลาดมากเพียงใด เราก็ไม่ควรปล่อยให้ความกลัวนั้นทำให้เราไม่ลงทุน เพราะท้ายที่สุดแล้วนั้น 1 ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็คือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก ที่ลดกันสู่ระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์เรียบร้อยไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่ออมเงินทั้งหลายต้องปวดใจกันอย่างแน่นอน เมื่อเงินฝากประจำ 1 ปีนั้นให้อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.6 - 0.8% ต่อปีเท่านั้นเอง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคอยกัดกร่อนมูลค่าของเงินไปเรื่อยๆ

ทำให้ท้ายที่สุดแล้วนั้น การลงทุนจะกลายเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราทุกคนต้องเริ่มกัน ซึ่ง Allianz Ayudhya นั้นได้คำนึงถึงจุดนี้เป็นอย่างดี จึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ Unit-Linked My Style ในช่วงเวลานี้ เนื่องจาก Unit-Linked My Style นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยทั้งสร้างความมั่งคั่ง และมั่นคงได้ไปพร้อมๆ กัน

โดยในส่วนของการเสริมสร้างความมั่งคั่งนั้น ได้คัดสรรกองทุนรวมหุ้นไทยชั้นดีที่มีประวัติผ่านจุดเสี่ยงวิกฤติซับไพรม์ในช่วง 2008 มาให้ถึง 3 กองทุน อย่าง ABSM, KFVALUE และ TMB50 ซึ่งหากมองดูในระยะสั้นแล้ว ผลตอบแทนอาจไม่เป็นที่น่าพึงพอใจนัก เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลก รวมไปถึงไทยนั้นปรับตัวลงมาในช่วงก่อนหน้านี้ จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่กล่าวถึงข้างต้นนั่นเอง



รูปที่ 2 อัตราผลตอบแทนของกองทุน TMB50, ABSM และ KFVALUE l Source : finnomena.com As of 18/05/2020


หากแต่พิจารณาการลงทุนในระยะยาวจะพบว่า เมื่อลงทุนประมาณ 10 ปีขึ้นไปนั้น ทั้ง 3 กองทุนต่างให้อัตราผลตอบแทนเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง ด้วยอัตราผลตอบแทนต่ำที่สุดคือกองทุน KFVALUE ที่ 7.60% ต่อปี ซึ่งต้องบอกว่าถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อหันไปเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในช่วงเวลานี้ที่ 0.60-0.80% ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ขณะที่ 2 กองทุนที่เหลืออย่าง TMB50 และ ABSM นั้นสามารถให้อัตราผลตอบแทนได้ถึง 8.11% และ 8.87% ต่อปีได้เลยทีเดียว



รูปที่ 3 เส้นอัตราผลตอบแทนของกองทุน TMB50, ABSM และ KFVALUE l Source : finnomena.com As of 18/05/2020


จากประวัติอัตราผลตอบแทนที่ประมาณ 7-9% นั้น ก็มากพอที่จะทำให้เงินต้นของทุกๆท่าน เติบโตขึ้น 2 เท่ากว่าได้ภายในระยะเวลา 10 ปี หรือคิดง่ายๆ ว่าหากลงทุนครั้งแรก 1 ล้านบาท ก็จะกลายเป็น 2 ล้านบาทได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนที่อาจจะกังวลว่าหากลงทุนในหุ้น 100% จะเสี่ยงไปหรือไม่ Unit-Linked My Style ก็มีตัวเลือกเพิ่มเติมให้คือกองทุนตราสารหนี้ที่มีประวัติมายาวนานมากกว่า 10 ปีอีก 2 กองทุนเช่นกัน อันประกอบไปด้วย TCMF และ KFMTFI มาให้เลือกลงทุน มากน้อยแล้วแต่ความเสี่ยงที่รับได้



รูปที่ 4 Max Drawdown ของกองทุน TCMF และ KFMTFI ในช่วง 10 ปี l Source : finnomena.com As of 18/05/2020


โดยทั้ง 2 กองทุนนี้ มีจุดเด่นที่แตกต่างกันคือ TCMF นั้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล เงินฝากตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้นอายุไม่เกิน 3 เดือนเป็นหลัก ส่งผลให้มีความผันผวนในระดับที่ต่ำกว่า ถึงขั้นที่ไม่เคยมีจังหวะขาดทุนเลยแม้แต่น้อยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา



รูปที่ 5 อัตราผลตอบแทนของกองทุน TCMF และ KFMTFI ในช่วง 10 ปี l Source : finnomena.com As of 18/05/2020


ขณะที่ KFMTFI นั้นลงทุนในหุ้นกู้และพันธบัตรรัฐบาลประมาณ 45% และ 39% ตามลำดับ ด้วยอายุตราสารหนี้ 1 - 3 ปีเป็หลัก ช่วยให้อัตราผลตอบแทนที่ได้สูงมากขึ้นในระยะยาว แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้มีความผันผวนสูงขึ้นเล็กน้อย และมีการย่อตัวลงบ้างในบางเวลา สูงสุด -0.50% ในรอบ 10 ปีเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนหลายๆ ท่านอาจมีความกังวลต่อการยกเลิกกองทุนบางส่วนในช่วงที่ผ่านมา ก็สามารถพูดได้ว่า สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการช่วยเหลือกองทุนรวมที่ได้รับผลกระทบจากการขาดสภาพคล่องในตลาดการเงิน (MFLF) โดยมีเนื้อหาสาระสำคัญก็คือ การอนุญาตให้สถาบันการเงินสามารถเข้าลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ต่างๆ ได้ เพื่อป้องกันการเทขายจำนวนมหาศาล ซึ่งจะส่งผลให้ขาดสภาพคล่อง และอาจนำไปสู่การยกเลิกกองทุนแบบที่เคยเกิดขึ้นมาในช่วงก่อนหน้าได้ โดยมีเกณฑ์การเข้าลงทุนก็คือ ตราสารหนี้ที่กองทุนที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือนั้นถือครอง จะต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BBB- ขึ้นไป



รูปที่ 6 สัดส่วนการลงทุนแบ่งตามอันดับความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ ของกองทุน TCMF และ KFMTFI l Source: krungsriasset.com, uobam.co.th As of 30/04/2020


ซึ่งทั้งกองทุน TCMF และ KFMTFI นั้นเข้าเงื่อนไขดังกล่าวทั้งสิ้น ทำให้มั่นใจได้ว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นเดิมนั้นโอกาสจะน้อยลงอย่างมาก และช่วยให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนของทุกท่านผ่าน Unit-Linked My Style จะช่วยให้เงินเติบโตแบบปลอดภัยไร้กังวลในระยะยาว


ผู้เรียบเรียงบทความโดย: คุณ ณัฐนันท์ บ่างสมบูรณ์ Senior Portfolio Specialist FINNOMENA

Source : Bloomberg.com, bot.or.th, finnomena.com, krungsriasset.com, uobam.co.th

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน